A163-1 น้ำแร่นาโนโมเลกุล (24ขวด)ตราดวงใจแม่

เป็นน้ำแร่โมเลกุลเล็ก ผ่านกระบวนฆ่าเชื้อด้วยระบบโอโซน RO UV เป็นน้ำอัลลาไลน์PH8.5 มีออกซิเจนสูง ผ่าน อย. ผ่าน GMP ผ่านฮาลาล

฿2,200 ฿1,400.00
503.60 แต้ม 100.72 แสตมป์
สินค้าคงเหลือ 500 ชิ้น

ส่งฟรี

 





มหัศจรรย์น้ำเพื่อสุขภาพ

HYDRO-OXYGEN WATER
(น้ำไฮโดรออกซิเจน) OH-, H3O+

แนวความคิดเรื่องน้ำพลังแม่เหล็ก 
(Conception of Magmetized Water)

จากหนังสือ Water for Life (บทที่ 10) โดย ศ.ดร.นพ สมศักด์ วรคามิน
อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 
นักวิจัยดีเด่น สภาวิจัยแห่งชาติ และปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ในทางทฤษฏีน้ำพลังแม่เหล็ก หมายถึงน้ำที่ได้รับผลกระทบ
ทางฟิสิกส์จากพลังงานแม่เหล็ก จนเกิดการปรับตัวของโครงสร้าง
โมเลกุลของน้ำขึ้นใหม่ มีการจับกลุ่มขนาดเล็กลง กล่าวคือ
เมื่อได้รับพลังงานแม่เหล็กแล้ว
โมเลกุลน้ำที่เคยเกาะตัวกัน
เป็นกลุ่มใหญ่ๆ 
กลุ่มละ 30-40 โมเลกุลต่อกลุ่ม ก็จะแตกตัวออกมา กลายเป็นน้ำที่เกาะกันเป็นกลุ่มเล็กๆ
ต่อ 1 กลุ่มเท่านั้น
 
น้ำพลังแม่เหล็กที่มีโมเลกุลเล็ก อันเกิดจากอิทธิพลของคลื่นแม่เหล็กนี้ จัดเป็นน้ำที่มีคุณสมบัติของน้ำที่ดี และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
 
เมื่อในอดีตนั้น ใครก็ตามที่พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับ น้ำพลังแม่เหล็ก (Magnetized Water) ก็มักจะถูกว่า เป็นคนหลอกลวง (Quackery)
สำหรับความรู้ในเรื่องประโยชน์ของ
น้ำพลังแม่เหล็ก (Magnetized Water) ที่มีต่อสุขภาพนั้น กว่าจะเป็นที่รับฟังในสังคมของ
นักวิทยาศาสตร์ได้นั้นก็ต้องใช้เวลา
อยู่นาน ถึงอย่างนั้นก็ตาม
ยังมีแพทย์ส่วนหนึ่งที่ยังมองว่าการใช้
คุณสมบัติแม่เหล็ก (Magnetism) เพื่อการรักษาโรคเป็นเรื่องที่หลอกลวง
เป็นเรื่องไม่จริง
 
จุดเปลี่ยน ที่ทำให้สังคมยอมรับ
เรื่องพลังงานแม่เหล็ก คือ รางวัลโนเบลทางการแพทย์
ในปี ค.ศ. 2003 ในผลงานการคิดค้น เครื่องถ่าย(สร้าง)ภาพ เอ็มอาร์ไอ MRI (Magnetic Resonance Image)
 
คณะกรรมการโนเบล ได้มอบ 
The 2003 Nobel Prize in Medicine (รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ 
พ.ศ 2546 ให้ ท่านซอร์ปีเตอร์แมนฟิว (Peter Mansfield)
นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ 
จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม โดยรางวัลที่ได้รับร่วมกับ 
ดร.พอล ซี ลอเทอเบอร์ 
(Paul C Lauterbur)
นักเคมีชาววอเมริกัน
จากมหาวิทยาลัยอินลินอยส์

สำหรับการค้นพบวิธีสร้างภาพ
ในโมเลกุลน้ำ อันเกิดจากคลื่นแม่เหล็ก
ทำให้นำไปประดิษฐ์เครื่องมือ
ใช้สำหรับตรวจโรคได้อย่างยอดเยี่ยม
ทางการแพทย์ มีชื่อว่า เอ็มอาร์ไอ 
(MRI ย่อมาจาก Magnetic Resonance Image) ซึ่งมีประโยชน์มากกว่า เครื่องเอกซเรย์ (X- Ray) หรือแม้กระทั้งเครื่องถ่ายภาพ ซีทีสแกน(CT Scanner)
การที่ คณะกรรมการรางวัลโนเบล
สาขาทางการแพทย์ ในปี ค.ศ. 2003 ยอมรับว่าพลังงานแม่เหล็ก
เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีประโยชน์
ต่อสุขภาพของมนุษย์ โดยการสั่นสะเทือนของ
โมเลกุลไฮโดรเจนในน้ำ
ที่ได้รับคลื่นแม่เหล็กนี้เอง นับเป็นจุดเปลี่ยน (Turning Point) ทางด้านความคิดที่สำคัญ
ต่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่เคยคัดค้าน
 
สำหรับที่มาของพลังแม่เหล็ก (Magnetic Energy)มีดังนี้
1.น้ำตามธรรมชาติจะได้รับ
พลังงานแม่เหล็กรวม 3 ทางคือ 
1.1 Material Magnetism เป็นเส้นแรงแม่เหล็ก จากขั้วโลกเหนือไปขั้วโลกใต้
สนามแม่เหล็กนี้คลุมโลกไว้ทั้งใบ
1.2 Gravitational Magnetism หมายถึง แรงดึงดูดของโลก
1.3 Planetary Magnetism คือพลังแม่เหล็กของจักวาลซึ่งแรงที่สุดเพราะเห็นได้จากสามารถยึดดาวต่างๆ
ให้อยู่ในระเบียบถ้าไม่มีพลังนี้ดึงไว้
โลกคงจะหมุนกระเด็นออกไป
จากวงโคจรของสุริยะจักรวาล
2.น้ำที่ได้จากเครื่องกรองน้ำ
เครื่องกรองน้ำประเภทที่มีพลังแม่เหล็ก ที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ นอกจากมีตัวกรอง (Filter)แล้ว 
เช่น ไส้กรองเซรามิค ไส้กรองคาร์บอนแบบต่างๆ แล้วจะต้องมีแท่งแม่เหล็ก 
(Magnetic Disc) ใส่ไว้ด้วย บางชนิดอาจมีแม่เหล็กไว้บริเวณท่อน้ำไหลออก หรือก๊อกน้ำ และบางชนิด
อาจมีลักษณะเป็นก้อนกลม ตรงกลางเป็นรูกลวง
เหมือนขนมโดนัท วางอยู่ใต้ฐานเครื่อง บริษัทผู้ผลิตเครื่องกรองน้ำ
มักใช้ชิ้นแม่เหล็ก ความแรงประมาณ 4,000 Gausses จนถึงใช้ขนาดที่มาก
ถึง 10,000 Gausses เพื่อจะทำให้น้ำที่เพียงไหลผ่าน
ได้รับพลังงานแม่เหล็ก 
กลายเป็น Magnetized Water (น้ำที่ได้รับพลังงานแม่เหล็ก) หรือถ้าเรียกอย่างถูกต้องก็คือ Magnetic Treatment Water

2-4 สัปดาห์แรก
ที่ดื่มน้ำไฮโดร-ออกซิเจน
(ท่านอาจมีอาการดังต่อไปนี้ มาก-น้อย ขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละคน)
1. ปวดหัว มึนศรีษะเล็กน้อย 
2. สิวขึ้นบนใบหน้าและศีรษะ
3. ปากแห้ง คอแห้ง 
4. ปวดเมื่อยตามร่างกาย และกล้ามเนื้อ
5. ร้อนๆ หนาวๆ หรือจะมีไข้ 
6. เหงื่อออกมากกว่าปกติ
7. มีผื่นขึ้นที่ผิวหนังตามร่างกาย 
8. ปวดบริเวณท้องน้อย
9. ท้องอืด ท้องเฟ้อ 
10. ถ่ายท้องบ่อย แต่ไม่อ่อนเพลีย
11. ปัสสาวะบ่อย สีเหลืองเข้ม กลิ่นฉุน 
12. อุจจาระสีเข้ม กลิ่นเหม็นกว่าปกติ
13. สุภาพสตรีบางท่านอาจมีตกขาว
มากกว่าปกติหรือประจำเดือนคั่งค้าง
สีเข้ม-ดำออกมาอีก
14. ผิวหนังชุ่มชื้น (โดยไม่ต้องทาครีมบำรุง) 
15. รู้สึกสดชื่นขึ้น กระปรี้กระเปร่า
16. ไขมันเส้นเลือด ใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี จะหายไปเอง
 ทั้งนี้อาจเกิดอาการต่างๆที่กล่าวข้างต้น เนื่องจากการขับสารพิษและของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน เมื่อเซลล์ขับของเสียออกมาปะปน
ในกระแสเลือด จึงอาจทำให้เกิดสภาวะ
เป็นกรดชั่วคราวก่อนการขับทิ้งออกสู่
ระบบขับถ่ายตามปกติของร่างกาย เมื่อร่างกายปรับสภาวะเข้าสู่สภาพปกติ อาการต่างๆก็จะค่อยทุเลาลง เซลล์จะเริ่มแข็งแรง
และมีความสามารถที่จะ
รักษาตัวเองได้ตามกลไกธรรมชาติ

(ผู้ป่วยที่กำลังรักษาพยาบาลอยู่ จะช่วยให้การรักษาทางการแพทย์
มีประสิทธิภาพมากขึ้น)

1. ปวดหัวไมเกรน 
2. มะเร็ง- ตับ-ปากมดลูก-ผิวหนัง-กระเพาะ-เต้านม-ต่อมลูกหมาก-ปอด-เม็ดเลือด 
3. ริดสีดวงทวารหนัก ขับถ่ายเลือดออกตามอุจจาระ
และไส้เลื่อนออกมาด้วย
4. เบาหวาน
5. คลอเรสเตอรอลสูง 
6. ความดัน สูง ต่ำ 
7. โรคหัวใจ
8. เลือดจาง
9. ถุงลมโป่งพอง
10. โรคไต-ก้อนนิ่วในไต 
11. หอบ หืด 
12. โรคภูมิแพ้
13. เป็นผืนแดงตามตัว เกิดจากสารเคมี
สารตระกั่วบนท้องถนน
14. แผลในปาก 
15. ผิวพรรณหมองคล้ำ 
16. ผิวหนังพุพอง
17. สะเก็ดเงิน งูสวัด 
18. โรคกระเพาะ 
หรือถ่ายเป็นเลือดกินอาหารไม่ได้
19. แผลเรื้อรัง 
20. ท้องผูกเรื้อรัง
21. ท้องอืด ท้องเฟ้อ 
22. มีกรดในกระเพาะ
23. ลดความอ้วน ไขมันหน้าท้อง
24. ปวดประจำเดือน-ประจำเดือนมาไม่ปกติ 
25. ปัสสาวะขัด 
26. ต่อมลูกหมาก
27. หินปูน 
28. นิ่ว 
29. เนื้องอกในสมอง
30. เกาต์ รูมาตอย(ข้ออักเสบ) 
31. ฮ่องกงฟุต 
32. กระดูกผุ
33. อัมพฤกอัมพาต
34. ปวดข้อปวดกล้ามเนื้อ
35. ไทลอยด์/คอพอก
36. เนื้องอกในปีกมดลูก 
37. เมาค้าง
38. รอยช้ำที่ส้นเท้าเรื้อรัง
39. ไขมันเส้นเลือด

*สำหรับผู้มีปัญหาด้านสุขภาพ
ควรดื่มน้ำไฮโดร-ออกซิเจน 
วันละ 4 แก้ว แล้วจึงค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละน้อยจนกว่า
จะมั่นใจว่าร่างกายสามารถขับของเสียออกจากร่างกาย
ได้ทันกับที่เซลล์ขับออก จึงสามารถเพิ่มการดื่มน้ำได้
อย่างน้อยวันละ 2.50 ลิตร

**ส่วนผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์
ปกติ ก็สามารถดื่มได้ในปริมาณปกติ
เช่นดื่มน้ำทั่วไป

คุณสมบัติและประสิทธิภาพของ
น้ำไฮโดร-ออกซิเจน ที่มีโมเลกุลเล็ก
1.  สามารถซึมผ่านเซลล์ได้ง่าย
นักวิทยาศาสตร์พบว่าการที่น้ำ
มีโครงสร้างโมเลกุลเป็นกลุ่มขนาดเล็กและมีการเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบนั้นทำให้น้ำมีคุณภาพดี
โดยเฉพาะความสามารถในการ
เป็นตัวทำละลายที่ดี
เกลือแร่ออกซิเจน วิตามินจะละลาย
ได้ในอัตราที่เพิ่มมากขึ้น
เซลล์จะได้รับสารอาหารมากขึ้น และขณะเดียวกันก็จะนำพาของเสีย
หรือสารพิษที่ตกค้างอยู่ในเซลล์
ออกมาได้มากขึ้น

 ***ผลก็คือ
- ช่วยให้เซลล์สดชื่น (ได้รับออกซิเจน)
- เซลล์แข็งแรง (ได้รับสารอาหาร)
- เซลล์สะอาด (ได้ขับของเสียออก) 
- สุขภาพแข็งแรงขึ้นตามลำดับ
 
2. มีแรงตึงผิวต่ำ
ปกติน้ำที่เราดื่มทั่วๆไป
จะมีความตึงผิวสูง นั่นคือ การที่น้ำรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 
ซึ่งมีประมาณ 10 กว่าโมเลกุล จึงทำให้น้ำเข้าออกเซลล์ได้ยากลำบาก 
ซึ่งจากกระบวนการนี้ที่ผลิตได้แก๊ส HHO จะมีพลังแม่เหล็กอยู่ในตัว ยังไม่รวมเป็นโมเลกุล ถ้าผ่านแกนพลังงานแม่เหล็กนี้
น้ำH2Oก็จะแตกตัวเป็น
OH-และH30+
กระจายอยู่ในน้ำ (พลังแม่เหล็กปล่อยลงน้ำ) โดยทำให้เกิดฟองในน้ำ ทำให้น้ำมีแรงตึงผิวต่ำ (มีโมเลกุลเล็กลง) สามารถดูดซึมผ่านผนังเซลล์ได้ง่าย
ทำให้เซลล์มีกำลังในการนำพา
สารอาหารเข้า-ออก เซลล์ได้ง่ายยิ่งขึ้น 

3. มีปริมาณอออกซิเจนสูง 
โมเลกุลน้ำ เมื่อถูกพลังแม่เหล็กปล่อยลงไป บางส่วนจะแตกตัวเป็น อิออน(Ion) ประกอบด้วย ไฮโดรเจนอิออน ประจุบวก (H+) กับ ไฮดรอกซิลอิออน ประจุลบ (OH-)

 4. โครงสร้างน้ำ (Water Structured) เปลี่ยนไปเป็นแก๊ส HHO เมื่อผ่านแกนน้ำโดยการทำให้เกิดฟอง
ในน้ำสามารถเปลี่ยนโครงสร้างน้ำ
ได้ตรงกับน้ำที่ร่างกายเราต้องการ

 H2O+HHO---->H3O+และOH- ตามหลักวิทยาศาสตร์ได้วิจัยออกมาว่า “เซลล์ที่ทำงานสมบูรณ์แบบจะต้องเป็นโมเลกุลน้ำ H2O เป็น H3O+และOH-” 

จากการที่น้ำมีโครงสร้างเปลี่ยนไป โครงสร้างน้ำที่เปลี่ยนไปนี้ เป็นโครงสร้างเดียวกันกับโครงสร้างน้ำที่อยู่ในร่างกายของเรา 

สาเหตุที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เกิดจากความชรา ความเครียด มลภาวะ อาหารมีสารพิษ กินอาหารไม่เพียงพอ ฯลฯ ซึ่งส่งผลให้เซลล์เราไม่มีพลัง
จะเปลี่ยนโครงสร้างน้ำเป็น H3O+และOH-ได้
หรือมีความสามารถน้อยลง หรือไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างน้ำ
ได้เลย

เมื่อเซลล์ในร่างกายเรามีโครงสร้างน้ำH3O+และOH-ไม่เพียงพอหรือน้อยลง
จะทำให้เซลล์ไม่มีความสามารถ
ในการนำพาสารอาหารและออกซิเจน
เข้าสู่ร่างกายได้ และในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถขับ
ของเสียในร่างกายออกมาได้เช่นกัน เซลล์มีความสามารถน้อยลง มีความต้านทานโรคได้น้อยลง ทำให้เชื้อโรคต่างๆเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

H2O+HHO---->H3O+และOH- เมื่อน้ำโครงสร้างใหม่นี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เซลล์มีความสามารถ
ทำงานได้โดยสมบูรณ์ 

ทั้งนี้น้ำมีออกซิเจนที่เป็นประโยชน์
อย่างมากมาย แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า
น้ำที่มีไฮโดรเจนนั้นมีประโยชน์มากกว่า
 
เพราะ น้ำที่มีไฮโดรเจน
ทำให้ร่างกายเรา Super Hydrated (ทำให้เซลล์เราสามารถดูดซึม
สารอาหารได้มากกว่าน้ำธรรมดา
ถึง 10 เท่า)  

H2O----->H3O+และOH-
ไฮดรอกซิลอิออน (OH-) มีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำให้น้ำมีค่า pH ประมาณ 7.6-8.5 ไฮดรอกซิลอิออน (OH-) ถ้า 2 ตัวนี้รวมกัน
จะเกิดเป็นน้ำ(H2O)อีกครั้ง กับออกซิเจนอิออน (O-)
(OH-+ OH-->H2O+O-)
 ออกซิเจนอิออน (O-) จะมีอิเล็คตรอนประจุลบ ซึ่งทำหน้าที่หยุดอนุมูลอิสระ 
(Free Radical Cycle) คือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งทำให้คลอเรสเตอรอล
ไม่สะสมอยู่ในร่างกาย

ผลการศึกษาของดร.อ๊อตโต วอร์เบิร์ค
(Dr.Otto Warburg)เจ้าของรางวัล
โนเบลสาขาการแพทย์ปี 1931 
และ 1944 พบว่า มะเร็งชอบอยู่ในสภาพเป็นกรด
และไม่ชอบออกซิเจน จึงมีการวิจัยมากมายต่อมาเพื่อหาวิธี
เอาชนะมะเร็งและวิธีที่เชื่อว่าได้ผลคือ การให้ออกซิเจนกับเซลล์
เพื่อให้เซลล์ใช้ต่อสู้กับมะเร็ง ซึ่งออกซิเจนเมื่ออยู่ในร่างกาย
สามารถกำจัดเชื้อโรค และเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรียที่อยู่
ในร่างกายเราได้

ผลการวิจัยและทดลองหลังจาก
ดื่มน้ำไฮโดรออกซิเจน H3O+,OH-

- เป็นหวัดลดลง 90%
- ผิวหนังไม่แห้ง มีความชุ่มชื่นขึ้น
- ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
- ออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้น จากการใช้เครื่องวัด Pules/oximeter
- ปัญหาต่อมลูกหมาก PSA 
(Prostate Specific Antigen) ลดลงจาก 8.6 ไม่ถึง 1
- ความดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- เบาหวานลดลง และซ่อมแซมอินซูลิน
ในตับให้หายขาดได้
- เกาต์ รูมาตอยด์ ลดลง
(ข้ออักเสบหาย)
- ไมเกรน ลดลง(หายขาด)
- นิ่วในไตหายขาด
-ถ้ามีแผลก็จะหายเร็ว 
-รอยช้ำส้นเท้าหายไป
สามารถเดินได้ปกติ
-เส้นเลือดขอดตามขาหายไป
(ผู้ที่ยืนนานๆ)
-ส่วนโรคอื่นๆตามรายการที่ระบุไว้
ได้ผลอย่างชัดเจน

(สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง 
และ HIV ได้ผลอย่างชัดเจน)
( ผู้ที่ประจำเดือนหมดแล้ว
บางคนประจำเดือนมาใหม่เป็นปกติ
เพราะร่างกายแข็งแรง )
 
เด็กไม่ควรต้องดื่ม เพราะเป็นวัยเจริญเติบโต สามารถปรับสมดุลร่างกายได้ดีอยู่แล้ว

ในโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกเยอะ
ที่เราไม่รู้จัก อยากมีสุขภาพดี
ลองมาดื่มน้ำไฮโดรออกซิเจนกัน
แต่ยังไงก็ต้องดูแลตัวเอง
ทำจิตใจให้สบายมองโลกในแง่ดีมหัศจรรย์น้ำเพื่อสุขภาพด้วยกันค่ะมหัศจรรย์น้ำเพื่อสุขภาพ

ความคิดเห็น